จากผลรางวัลจริง 398 งวด ย้อนหลัง 17 ปี ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2553 ถึง 1 พฤศจิกายน 2569
ทำไมหน้านี้ไม่แยกเป็นรายเลขเหมือนเลขท้าย 2 ตัว
เลขท้าย 2 ตัวมี 100 ค่า และออกมาแล้ว 398 ครั้ง เฉลี่ยเลขละ 4.0 ครั้ง จึงมีเรื่องให้เล่ารายเลข
แต่เลข 3 ตัวมี 1,000 ค่า ขณะที่เลขท้าย 3 ตัวออกมาเพียง 1060 ครั้ง เฉลี่ยเลขละ 1.06 ครั้ง
ถ้าแยกเป็นหน้าละเลข หน้าส่วนใหญ่จะเขียนได้แค่ว่าไม่เคยออก ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับใคร
เราจึงรวมไว้หน้าเดียวและเลือกเฉพาะคำถามที่ข้อมูลตอบได้จริง
แต่ละเลขควรออกราว 1.06 ครั้ง ถ้าทุกอย่างสุ่มจริง
| ออกบ่อยที่สุด | ออกจริง | ค่าที่คาด |
|---|---|---|
| 008 | 5 ครั้ง | 1.06 ครั้ง |
| 375 | 5 ครั้ง | 1.06 ครั้ง |
| 426 | 5 ครั้ง | 1.06 ครั้ง |
| 576 | 5 ครั้ง | 1.06 ครั้ง |
| 945 | 5 ครั้ง | 1.06 ครั้ง |
| 074 | 4 ครั้ง | 1.06 ครั้ง |
เลขที่ออกบ่อยที่สุดคือ 008 ออก 5 ครั้ง เมื่อหยิบ 1060 ครั้งจาก 1,000 ค่า การมีเลขหนึ่งที่โผล่มา 5 ครั้งเป็นเรื่องที่การสุ่มทำให้เกิดขึ้นได้ตามปกติ ไม่ได้แปลว่าเลขนั้นมีอะไรพิเศษ
นี่คือการทดสอบที่ตรงที่สุดสำหรับข้อมูลชุดนี้ แทนที่จะดูทีละเลขซึ่งข้อมูลน้อยเกินไป เราดูภาพรวมว่ามีกี่เลขที่ออก 0 ครั้ง 1 ครั้ง 2 ครั้ง แล้วเทียบกับค่าที่การสุ่มควรให้
| ออกกี่ครั้ง | มีกี่เลข | ค่าที่คาดจากการสุ่ม |
|---|---|---|
| 0 ครั้ง | 330 เลข | 346.5 เลข |
| 1 ครั้ง | 391 เลข | 367.2 เลข |
| 2 ครั้ง | 197 เลข | 194.6 เลข |
| 3 ครั้ง | 58 เลข | 68.8 เลข |
| 4 ครั้งขึ้นไป | 24 เลข | 22.9 เลข |
สอดคล้องกับการสุ่ม — ค่าไคสแควร์*ของการกระจายจำนวนครั้ง = 4.09 เทียบกับเกณฑ์ 9.488 ที่ระดับนัยสำคัญ 5% ความต่างที่เห็นอยู่ในระดับที่การสุ่มล้วนทำให้เกิดขึ้นได้ตามปกติ
| ออกกี่ครั้ง | มีกี่เลข | ค่าที่คาดจากการสุ่ม |
|---|---|---|
| 0 ครั้ง | 593 เลข | 587.4 เลข |
| 1 ครั้ง | 305 เลข | 312.5 เลข |
| 2 ครั้ง | 80 เลข | 83.1 เลข |
| 3 ครั้ง | 21 เลข | 14.7 เลข |
| 4 ครั้งขึ้นไป | 1 เลข | 2.2 เลข |
สอดคล้องกับการสุ่ม — ค่าไคสแควร์*ของการกระจายจำนวนครั้ง = 3.65 เทียบกับเกณฑ์ 9.488 ที่ระดับนัยสำคัญ 5% ความต่างที่เห็นอยู่ในระดับที่การสุ่มล้วนทำให้เกิดขึ้นได้ตามปกติ
คนจำนวนมากเชื่อว่าเลขชุดเดิมจะกลับมาในรูปสลับตำแหน่ง เช่น ออก 171 แล้ววันหนึ่งจะมา 117 หรือ 711 เราจับทุกคู่ของเลขท้าย 3 ตัวที่เคยออกทั้ง 561,270 คู่ แล้วนับดู
| ความสัมพันธ์ของคู่ | เกิดจริง | ค่าที่คาดจากการสุ่ม |
|---|---|---|
| เลขเดิมเป๊ะ | 535 คู่ | 561.3 คู่ |
| เลขชุดเดียวกัน แต่สลับตำแหน่ง | 2404 คู่ | 2323.7 คู่ |
ตัวเลขที่เกิดจริงกับค่าที่คาดอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แปลว่าเลขสลับไม่ได้เกิดบ่อยกว่าปกติ
มันเกิดขึ้นตามโอกาสธรรมดาของมันเท่านั้น
เหตุผลที่คนรู้สึกว่าเจอบ่อยคือ เลข 3 ตัวหนึ่งค่ามีรูปสลับได้ถึง 6 แบบ เมื่อมองหาได้ 6 แบบแทนที่จะเป็นแบบเดียว
โอกาสเจอก็สูงขึ้น 5 เท่าโดยอัตโนมัติ นี่เป็นเรื่องของการนับ ไม่ใช่รูปแบบของสลาก
ถึงจะดูรายเลขไม่ได้ แต่ดูรายหลักได้ เพราะเมื่อแยกเป็นหลัก ข้อมูลจะกองรวมกันจนมากพอทดสอบ
| หลัก | ไคสแควร์* | เกณฑ์ 5% | ผล |
|---|---|---|---|
| หลักร้อย | 11.87 | 16.92 | สอดคล้องกับการสุ่ม |
| หลักสิบ | 9.87 | 16.92 | สอดคล้องกับการสุ่ม |
| หลักหน่วย | 5.13 | 16.92 | สอดคล้องกับการสุ่ม |
เลขท้าย 3 ตัว แต่ละหลักมีข้อมูล 1060 ตัว เฉลี่ยเลขละ 106 ครั้ง ซึ่งมากพอสำหรับการทดสอบนี้
| หลัก | ไคสแควร์* | เกณฑ์ 5% | ผล |
|---|---|---|---|
| หลักร้อย | 7.21 | 16.92 | สอดคล้องกับการสุ่ม |
| หลักสิบ | 10.86 | 16.92 | สอดคล้องกับการสุ่ม |
| หลักหน่วย | 2.81 | 16.92 | สอดคล้องกับการสุ่ม |
เลขหน้า 3 ตัว แต่ละหลักมีข้อมูล 532 ตัว เฉลี่ยเลขละ 53 ครั้ง ซึ่งมากพอสำหรับการทดสอบนี้
รางวัลเลขหน้า 3 ตัวเริ่มมีตั้งแต่งวด 16 กันยายน 2558 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีข้อมูล 266 งวด ส่วนเลขท้าย 3 ตัวมีมาตลอด 398 งวด
| เลขท้าย 3 ตัว | เลขหน้า 3 ตัว | |
|---|---|---|
| ออกมาแล้ว | 1060 ครั้ง | 532 ครั้ง |
| เฉลี่ยต่อเลข | 1.06 | 0.53 |
| เลขที่ไม่เคยออก | 330 | 593 |
| ค่าที่คาด | 346 | 587 |
ทั้งสองรางวัลให้ผลสอดคล้องกับการสุ่มเหมือนกัน ความต่างที่เห็นมาจากจำนวนงวดที่ไม่เท่ากันเป็นหลัก ไม่มีสัญญาณว่ารางวัลใดรางวัลหนึ่งมีพฤติกรรมต่างออกไป
เลข 3 ตัวทั้งสองรางวัลผ่านทุกการทดสอบที่ข้อมูลเพียงพอจะทำได้ ไม่พบเลขที่ได้เปรียบ ไม่พบรูปแบบการสลับตำแหน่ง และไม่พบหลักใดที่เอนเอียง
ข้อจำกัดที่ควรรู้ไว้ด้วยคือ ด้วยจำนวนงวดเท่าที่มี ข้อมูลยังไม่พอจะพูดถึงเลข 3 ตัวทีละเลข ใครที่อ้างว่าเลข 3 ตัวตัวใดตัวหนึ่ง "น่าออก" จากสถิติ กำลังอ่านอะไรจากข้อมูลที่ไม่มีอะไรให้อ่าน
เป็นตัวเลขวัดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ห่างจากสิ่งที่ควรเกิดแค่ไหน
ปัญหาคือของที่สุ่มจริง ๆ ไม่เคยออกมาเท่ากันเป๊ะอยู่แล้ว โยนลูกเต๋า 60 ครั้ง แต่ละหน้าควรออก 10 ครั้ง แต่ผลจริงอาจเป็น 8, 12, 9, 13, 7, 11 ซึ่งไม่ได้แปลว่าลูกเต๋าถ่วง ถ้าออก 10 เท่ากันทุกหน้าพอดีนั่นแหละน่าสงสัยกว่า ไคสแควร์คือวิธีเปลี่ยนความรู้สึกว่า "ดูเบี้ยว" ให้เป็นตัวเลขที่ตัดสินได้
วิธีคิดคือ เอาส่วนต่างของแต่ละช่อง ยกกำลังสอง หารด้วยค่าที่ควรเป็น แล้วบวกกันทุกช่อง การยกกำลังสองคือหัวใจ เพราะทำให้ช่องที่เบี้ยวมากถูกนับหนักกว่าช่องที่เบี้ยวนิดหน่อยหลายช่องรวมกัน ความผิดปกติจริงจึงโผล่ออกมาเอง
จากนั้นเทียบกับเกณฑ์ ซึ่งในหน้านี้คือ 16.92 เมื่อแบ่งเป็น 10 ช่อง (เลข 0–9) และ 123.23 เมื่อแบ่งเป็น 100 ช่อง (เลขท้าย 2 ตัวครบทุกเลข) ตัวเลขเกณฑ์นี้มาจากการคำนวณว่า ถ้าสุ่มจริง จะมีโอกาสเพียง 5% ที่ค่าจะทะลุเกณฑ์
ข้อควรระวัง ผ่านเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าพิสูจน์แล้วว่าสุ่ม แปลเพียงว่าไม่พบหลักฐานว่าไม่สุ่ม และเกินเกณฑ์ก็ไม่ได้แปลว่ามีการโกง เพราะเมื่อทดสอบหลายครั้ง ย่อมมีสักครั้งที่เกินเองตามธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่หน้านี้ใช้คำว่า "ควรดูต่อ" ไม่ใช่ "ผิดปกติ"